เปรียบเทียบแนวทางจัดการคดี คดีแพ่ง ก.123/2569 · มูลค่าพิพาท ฿12.50M
LEVEL A — ข้อมูลประกอบเท่านั้น| แนวทาง | ประมาณการโอกาสสำเร็จ | ต้นทุน | ระยะเวลา | ความเสี่ยงหลัก | ข้อพิจารณาที่ AI ประเมินแทนไม่ได้ |
|---|---|---|---|---|---|
| ดำเนินคดีเต็มรูปแบบ | 72% | ฿ 2.80M | 12–18 เดือน | แพ้แล้วเสียทั้งเงินและค่าฤชาธรรมเนียม | ผลต่อชื่อเสียงและความสัมพันธ์ทางธุรกิจ |
| เจรจาไกล่เกลี่ย | 65% | ฿ 0.42M | 1–3 เดือน | อาจต้องยอมลดจำนวนที่เรียก | คู่กรณีจะยอมเจรจาจริงหรือไม่ |
| เจรจาควบคู่กับดำเนินคดี | — | ฿ 1.90M | 6–9 เดือน | ต้นทุนสูงกว่าเจรจาอย่างเดียว | ต้นแบบให้ 78% ซึ่งสูงกว่าดำเนินคดีเต็มรูปแบบ |
| อนุญาโตตุลาการ | 60% | ฿ 1.60M | 9–12 เดือน | อุทธรณ์ได้จำกัดมาก | ต้องมีข้อตกลงอนุญาโตตุลาการในสัญญาก่อน |
แถวที่สามในต้นแบบให้โอกาสชนะ 78% ซึ่งสูงกว่าการดำเนินคดีเต็มรูปแบบที่ 72% — การเจรจาควบคู่ไปกับการดำเนินคดีไม่ควรทำให้โอกาสชนะในศาลสูงขึ้นกว่าการทุ่มทรัพยากรไปที่การดำเนินคดีอย่างเดียว ตัวเลขนี้จึงต้องมีคำอธิบายว่าวัดอะไร ถ้าหมายถึงโอกาสที่จะได้ข้อยุติที่ยอมรับได้ ก็เป็นคนละตัววัดกับโอกาสชนะคดี และไม่ควรอยู่ในคอลัมน์เดียวกัน ระบบจึงเว้นช่องนี้ไว้แทนการแสดงตัวเลขที่อธิบายไม่ได้ · และคะแนนรวมของแต่ละแนวทางถูกถอดออกทั้งหมด การเลือกแนวทางคดีเป็นความเห็นทางกฎหมายซึ่งเป็นงานของทนายความ คะแนน 85/100 ที่ต้นแบบให้กับแนวทางที่สามทำให้ผู้บริหารเลือกได้เองโดยไม่ต้องปรึกษาทนาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ระบบนี้ตั้งใจไม่ให้เกิด
การกระจายโอกาสสำเร็จของคดีที่เปิดอยู่ 35 คดี · เป็นช่วงความน่าจะเป็นเท่านั้น
- ประเมินโอกาสสูง (มากกว่า 70%)21 คดี (60.0%)
- ประเมินโอกาสปานกลาง (40–70%)9 คดี (25.7%)
- ประเมินโอกาสต่ำ (น้อยกว่า 40%)5 คดี (14.3%)
21 + 9 + 5 = 35 คดี ✓ ตรงกับจำนวนคดีที่เปิดอยู่ · 60.0 + 25.7 + 14.3 = 100.0% ✓
ต้นแบบเอา "ความเสี่ยงสูง 2%" มาใส่ในวงเดียวกับช่วงความน่าจะเป็น — สามชิ้นแรกเป็นช่วงของโอกาสชนะ ส่วนชิ้นที่สี่เป็นหมวดความเสี่ยง ซึ่งเป็นคนละมิติกัน คดีหนึ่งอาจมีโอกาสชนะสูงและมีความเสี่ยงสูงพร้อมกันได้ การรวมสองมิติในวงเดียวทำให้ผลรวม 100% ดูสมเหตุสมผลทั้งที่ไม่ควรบวกกัน
คดีที่อยู่ในความรับผิดชอบโดยตรง 34 คดี
| สถานะ | จำนวน | สัดส่วน |
|---|---|---|
| ชนะแล้ว | 12 | 35.3% |
| กำลังดำเนินการ | 16 | 47.1% |
| รอผลคำพิพากษา | 4 | 11.8% |
| แพ้ | 2 | 5.9% |
| รวม | 34 | 100.1% |
12 + 16 + 4 + 2 = 34 คดี ✓ · ต้นแบบเว้นช่องจำนวนคดีที่แพ้ไว้ว่างแต่แสดง 6% ซึ่งคำนวณกลับได้เป็น 2 คดี พอดี
สิ่งที่ AI ทำได้และไม่ทำในงานกลยุทธ์
เส้นที่ระบบนี้ไม่ข้ามคือการให้คะแนนทางเลือก — ระบบที่บอกว่าแนวทางไหนได้ 85 คะแนนจาก 100 กำลังให้ความเห็นทางกฎหมายในรูปตัวเลข ซึ่งเป็นงานที่กฎหมายกำหนดให้เป็นของผู้ประกอบวิชาชีพ และที่อันตรายกว่านั้นคือตัวเลขจะทำให้ผู้บริหารรู้สึกว่าตัดสินใจได้เองโดยไม่ต้องปรึกษาทนายความ · ระบบนี้แสดงข้อมูลทุกด้านให้ครบและเท่ากัน แล้วปล่อยให้ทนายความเป็นผู้ชั่งน้ำหนัก เพราะปัจจัยที่สำคัญที่สุดหลายอย่าง เช่น ท่าทีของคู่กรณี ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ และผลต่อชื่อเสียง เป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่ในข้อมูลที่ระบบเห็น
ต้นแบบ — ข้อมูลตัวอย่าง · AI ไม่ใช่ทนายความ ผลลัพธ์เป็นข้อมูลประกอบการทำงานของผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมาย · หน้านี้แก้จากต้นแบบ 5 จุด "คดีที่ชนะตามกลยุทธ์ AI 62" ขัดกับหน้า Litigation ที่ระบุชนะ 15 คดี ทั้งสองถูกแต่คนละขอบเขต 62 เป็นชุดย่อยของคดีที่ชนะสะสม 5 ปีจำนวน 64 คดี · "เวลาเฉลี่ยแก้คดี 84 วัน" ขัดกับ 250.8 วันในหน้า Analytics 84 วันคือเวลาไกล่เกลี่ยจนได้ข้อยุติ ไม่ใช่ระยะเวลาคดีทั้งกระบวนการ · ผังสรุปกลยุทธ์เอาช่วงความน่าจะเป็นสามช่วงมารวมวงเดียวกับหมวดความเสี่ยง ซึ่งเป็นคนละชนิดกัน · และ "มูลค่าความเสียหายที่ลดลง ฿45.20M" เท่ากับ 90.9% ของมูลค่าพิพาททั้งหมด ซึ่งไม่สมเหตุสมผล แก้เป็น ฿12.84M