การกระทบยอดกับโมดูลคลังสินค้า จุดที่ระบบซ่อมบำรุงมักทำให้งบผิด
ต้องกระทบยอดทุกเดือน| รายการ | มูลค่า | บันทึกอยู่ที่ไหน | ผลถ้าบันทึกผิด |
|---|---|---|---|
| อะไหล่ที่ยังไม่ได้เบิกใช้ | ฿ 86.40M | สินค้าคงเหลือ — โมดูล 09 | นับซ้ำจะทำให้สินค้าคงเหลือสูงเกินจริง |
| อะไหล่ที่เบิกใช้แล้วในงวด | ฿ 24.80M | ค่าใช้จ่ายในการผลิต — โมดูล 13 | ไม่บันทึกจะทำให้ต้นทุนต่ำเกินจริง |
| อะไหล่ชิ้นใหญ่ที่มีอายุใช้งานเกิน 1 ปี | ฿ 12.40M | สินทรัพย์ — โมดูล 15 | บันทึกผิดที่จะทำให้ค่าเสื่อมผิด |
| อะไหล่ที่อยู่กับผู้รับจ้างซ่อมภายนอก | ฿ 3.20M | สินค้าคงเหลือ แต่ต้องแยกแสดง | ตรวจนับแล้วจะหาไม่เจอ |
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดเมื่อโรงงานเริ่มใช้ระบบซ่อมบำรุงคือคลังอะไหล่กลายเป็นคลังที่สอง — ฝ่ายซ่อมบำรุงเก็บอะไหล่ไว้ที่ห้องช่างและบันทึกในระบบของตัวเอง ขณะที่ฝ่ายคลังก็ยังบันทึกในระบบคลัง ทำให้สินค้าคงเหลือในงบสูงเกินจริง · ระบบนี้จึงออกแบบให้อะไหล่เป็นหมวดหนึ่งของคลังสินค้า ไม่ใช่คลังแยก การเบิกอะไหล่คือการเบิกจากคลังเดียวกับที่โมดูล 09 ดูแล · อะไหล่ชิ้นใหญ่ที่มีอายุใช้งานเกิน 1 ปีและมีมูลค่าสูง ฿12.40M ต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่ใช่สินค้าคงเหลือ เช่นมอเตอร์สำรองและชุดเกียร์สำรอง เพราะเมื่อนำไปติดตั้งจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องจักรและต้องคิดค่าเสื่อม · และ ฿3.20M ที่อยู่กับผู้รับจ้างซ่อมภายนอกยังเป็นของบริษัท ต้องแยกแสดงเพื่อไม่ให้การตรวจนับสรุปว่าหายไป
อะไหล่แยกตามการเคลื่อนไหว ฿86.40M · 4,862 รายการ
- เคลื่อนไหวใน 6 เดือน42.20 (48.8%)
- 6–12 เดือน16.80 (19.4%)
- 1–2 ปี8.80 (10.2%)
- ไม่เคลื่อนไหวเกิน 2 ปี18.60 (21.5%)
42.20 + 16.80 + 8.80 + 18.60 = ฿86.40M ✓ · 48.8 + 19.4 + 10.2 + 21.5 = 99.9% (ปัดเศษ) · จำนวน 2,148 + 986 + 742 + 986 = 4,862 รายการ ✓
อะไหล่ที่ไม่เคลื่อนไหวเกิน 2 ปีมูลค่า ฿18.60M แต่ไม่ควรตัดทิ้งทั้งก้อน — ต้องแยกก่อนว่ารายการไหนเป็นอะไหล่สำรองของเครื่องวิกฤตที่ตั้งใจเก็บไว้ไม่ให้สายผลิตหยุด และรายการไหนเป็นอะไหล่ของเครื่องที่เลิกใช้ไปแล้ว · อะไหล่สำรองของเครื่องวิกฤตที่ไม่เคลื่อนไหวเลยคือสัญญาณที่ดี ไม่ใช่สัญญาณที่แย่ เพราะแปลว่าเครื่องนั้นไม่เสีย · ส่วนอะไหล่ของเครื่องที่ปลดระวางไปแล้วต้องตั้งค่าเผื่อมูลค่าลดลงเต็มจำนวน เพราะไม่มีทางใช้ได้อีกและขายต่อได้ราคาต่ำมาก · การใช้เกณฑ์อายุอย่างเดียวตั้งค่าเผื่อจะทำให้ตัดอะไหล่ที่จำเป็นทิ้ง ซึ่งจะทำให้เครื่องวิกฤตหยุดนานขึ้นในภายหลัง
อะไหล่สำรองของเครื่องวิกฤต 86 เครื่อง · ครบ 68 เครื่อง
| เครื่อง | อะไหล่ที่กำหนดให้สำรอง | สถานะ | เวลาสั่งซื้อ | ผลถ้าเสียตอนนี้ |
|---|---|---|---|---|
| BL-0008 | ชุดหัวเผาและวาล์วนิรภัย | ไม่ครบ | 45 วัน | ระบบไอน้ำหยุดทั้งโรง |
| MC-0142 | ตลับลูกปืนและชุดซีล | ครบ | — | เปลี่ยนได้ภายใน 4 ชม. |
| EL-0012 | ชุดฉนวนและบุชชิ่ง | ไม่ครบ | 60 วัน | ไฟฟ้าดับทั้งโซน |
| CR-0021 | ชุดเบรกและสลิง | ครบ | — | เปลี่ยนได้ภายใน 8 ชม. |
| MC-0344 | สายพานหลักและลูกกลิ้ง | ครบ | — | เปลี่ยนได้ภายใน 3 ชม. |
| MC-0286 | ชุดหัวจับและมอเตอร์แกน | ไม่ครบ | 28 วัน | สาย 2 ลดกำลังผลิต 40% |
เครื่องวิกฤต 18 เครื่องที่อะไหล่ไม่ครบเป็นความเสี่ยงที่วัดเป็นเงินได้ ไม่ใช่แค่รายการที่ต้องจัดซื้อ — หม้อไอน้ำที่ต้องรออะไหล่ 45 วันหมายถึงระบบไอน้ำหยุดทั้งโรงงาน 45 วัน ซึ่งเทียบกับค่าอะไหล่แล้วต่างกันหลายเท่า · การจัดลำดับการสำรองอะไหล่ต้องใช้เวลาสั่งซื้อคูณกับมูลค่าการผลิตที่หายไปต่อวัน ไม่ใช่ราคาอะไหล่ เพราะอะไหล่ที่แพงแต่หาซื้อได้ในวันเดียวมีความเสี่ยงต่ำกว่าอะไหล่ราคาถูกที่ต้องสั่งจากต่างประเทศ 60 วัน · เครื่องที่ตัดค่าเสื่อมหมดแล้วเป็นกลุ่มที่หาอะไหล่ยากที่สุด เพราะผู้ผลิตมักเลิกผลิตอะไหล่ ซึ่งเชื่อมกับแผนเปลี่ยนเครื่องจักรในหน้า 168
ต้นแบบ — ข้อมูลตัวอย่าง · ทุกตัวเลขบนหน้านี้กระทบยอดกับโมดูล 07 การผลิต และโมดูล 15 บริหารสินทรัพย์ได้ · อะไหล่มูลค่า ฿86.40M เป็นส่วนหนึ่งของสินค้าคงเหลือในงบการเงิน ต้องอยู่ในยอดเดียวกับโมดูล 09 คลังสินค้า ไม่ใช่คลังแยกที่นับเพิ่ม ถ้านับแยก สินค้าคงเหลือในงบจะสูงเกินจริงทั้งจำนวน · อะไหล่ที่ไม่เคลื่อนไหวเกิน 2 ปีมีมูลค่า ฿18.60M คิดเป็น 21.5% ซึ่งอาจต้องตั้งค่าเผื่อมูลค่าลดลง เพราะสินค้าคงเหลือต้องแสดงด้วยราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับแล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า · แต่อะไหล่สำรองของเครื่องวิกฤตที่ไม่เคลื่อนไหวไม่ได้แปลว่าไร้ค่า เพราะมีไว้เพื่อไม่ให้สายผลิตหยุด การตั้งค่าเผื่อจึงต้องแยกพิจารณาทีละรายการ ไม่ใช่ใช้เกณฑ์อายุอย่างเดียว